หลักสูตรอบรมโรคจากการทำงานและการส่งเสริมสุขภาวะในการทำงาน

หลักสูตรอบรมโรคจากการทำงานและการส่งเสริมสุขภาวะในการทำงาน

📌หลักสูตรอบรมโรคจากการทำงานและการส่งเสริมสุขภาวะในการทำงาน

การดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ ไม่ได้มีเพียงเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการป้องกัน โรคจากการทำงาน โรคที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน และการส่งเสริมสุขภาวะของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ

ในปัจจุบันสถานประกอบการมีลักษณะงานที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งงานสำนักงาน งานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง งานผลิต งานคลังสินค้า งานบริการ รวมถึงงานที่ต้องสัมผัสปัจจัยเสี่ยงจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน หากผู้ปฏิบัติงานไม่ได้รับความรู้หรือการดูแลที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพในระยะสั้นและระยะยาวได้

หลักสูตรอบรมโรคจากการทำงานและการส่งเสริมสุขภาวะในการทำงาน  จึงเป็นอีกหนึ่งหลักสูตรที่มีความสำคัญสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของลูกจ้าง รวมถึงผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน และส่งเสริมสุขภาวะในการทำงาน

📌โรคและการเจ็บป่วย จากการทำงาน

   โรคหรือความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับผู้ปฎิบัติงานซึ่งมีสาเหตุโดยตรงจากการทำงานที่ต้องสัมผัสกับสิ่งคุกคาม และสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสมทั้งในระหว่างการปฎิบัติงาน หลังเลิกงานหรือเมื่อออกจากงานไปแล้ว

โรคจากการทำงานที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย

✅ การบาดเจ็บของกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื่อ
✅ ภาวะหูเสื่อมจากเสียงดัง
✅ โรคพิษจากการกำจัดศัตรูพืช
✅ โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ
      – โรคปอดซิลิโคซิส (จากผุ่น ทราย)
     – โรคปอดแอสเบสโตซิส (จากแร่ใยหิน)
✅ โรคพิษจากสารทำละลายอินทรีย์
✅ โรคพิษจากโลหะหนัก เช่น โรคพิษตะกั่ว สารหนู ปรอท แมงกานีส เป็นต้น
✅ โรคผิวหนัง
✅ โรคและการบาดเจ็บที่ตาจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ งานตัดเชื่อมโลหะ เป็นต้น

โรคจากการทำงาน หมายถึง ภาวะเจ็บป่วยหรือความผิดปกติทางสุขภาพที่มีความสัมพันธ์กับลักษณะงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงจากการทำงานเป็นระยะเวลาหนึ่ง

ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคจากการทำงานมีหลายรูปแบบ เช่น

  • ปัจจัยทางกายภาพ เช่น เสียงดัง ความร้อน ความสั่นสะเทือน หรือรังสี
  • ปัจจัยทางเคมี เช่น ฝุ่น สารเคมี ไอระเหย และก๊าซต่าง ๆ
  • ปัจจัยทางชีวภาพ เช่น เชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส หรือสารก่อภูมิแพ้
  • ปัจจัยด้านการยศาสตร์ เช่น การทำงานในท่าทางเดิมเป็นเวลานาน การยกของ หรือการทำงานซ้ำ ๆ
  • ปัจจัยด้านจิตสังคม เช่น ความเครียดจากการทำงาน ภาระงาน และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  • ปัจจัยจากพฤติกรรมและรูปแบบการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน

ดังนั้น การป้องกันโรคจากการทำงานจึงจำเป็นต้องพิจารณาทั้งลักษณะงาน สภาพแวดล้อม และปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ปฏิบัติงานร่วมกัน

📋 ขอใบเสนอราคา

รับข้อเสนอภายใน 24 ชั่วโมง

กดแอดไลน์ได้ทันที

กรอกรายละเอียดทางอีเมลล์

✍️ ทำไมผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยจึงควรรู้เรื่องโรคจากการทำงาน?

หน้าที่ด้านความปลอดภัยในการทำงานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันอันตรายหรือการป้องกันอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการค้นหาและประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน

ผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยจึงควรมีความรู้เกี่ยวกับโรคจากการทำงาน เพื่อให้สามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่าง

ลักษณะงาน → ปัจจัยเสี่ยง → การสัมผัส → ผลกระทบต่อสุขภาพ → การป้องกันและควบคุม

ตัวอย่างเช่น หากพนักงานต้องทำงานในบริเวณที่มีเสียงดังเป็นประจำ ผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยควรสามารถพิจารณาได้ว่ามีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง ผู้ปฏิบัติงานกลุ่มใดมีความเสี่ยง และควรมีมาตรการป้องกันหรือเฝ้าระวังอย่างไร

ความรู้เหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนงานด้านความปลอดภัยและสุขภาพของคนทำงานภายในสถานประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

📋 หลักสูตรอบรมโรคจากการทำงานและการส่งเสริมสุขภาวะในการทำงาน คืออะไร?

หลักสูตร โรคจากการทำงานและการส่งเสริมสุขภาวะในการทำงาน ประจำปี 2569 เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน รวมถึงแนวทางในการป้องกัน ควบคุม และส่งเสริมสุขภาวะของผู้ปฏิบัติงาน

รูปแบบ e-Learning ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาการอบรมผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านเวลา หรือผู้ที่ต้องการเรียนรู้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสถานที่จัดอบรม

เนื้อหาของหลักสูตรสามารถนำไปต่อยอดกับการทำงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และการดูแลสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานภายในสถานประกอบการได้

✅ ใครควรอบรมหลักสูตรโรคจากการทำงาน?

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน เช่น

  1. ผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยฯ

    ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน สามารถนำความรู้เกี่ยวกับโรคจากการทำงานไปใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงและวางมาตรการป้องกัน

  2. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.)

    ไม่ว่าจะเป็น จป.ระดับหัวหน้างาน จป.ระดับบริหาร จป.เทคนิค หรือ จป.วิชาชีพ ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานด้านความปลอดภัยได้

  3. ผู้รับผิดชอบงานด้านอาชีวอนามัย

    เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพ การเฝ้าระวังสุขภาพ และการป้องกันปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน

  4. ผู้บริหารและหัวหน้างาน

    ผู้บริหารและหัวหน้างานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางและสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย

  5. ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

    ฝ่าย HR สามารถนำความรู้ไปใช้ประกอบการดูแลบุคลากรและการส่งเสริมสุขภาพในองค์กร

  6. ผู้ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน

    รวมถึงบุคลากรที่ต้องประสานงานกับฝ่ายความปลอดภัย ฝ่ายบุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน

  7. ผู้ที่สนใจด้านอาชีวอนามัยและสุขภาวะในการทำงาน

    เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคและการสร้างสุขภาวะที่ดีในสถานที่ทำงาน

✍️ โรคจากการทำงานที่ควรให้ความสำคัญ

การทำงานแต่ละประเภทมีปัจจัยเสี่ยงแตกต่างกัน ดังนั้นโรคหรือปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานก็อาจแตกต่างกันด้วย

1. โรคหรือความผิดปกติจากเสียงดัง

ผู้ที่ทำงานในพื้นที่ที่มีเสียงดังเป็นเวลานานอาจมีความเสี่ยงต่อปัญหาด้านการได้ยิน การควบคุมเสียงและการใช้มาตรการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ

2. โรคจากสารเคมี

ผู้ปฏิบัติงานที่ต้องสัมผัสสารเคมีควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายของสาร วิธีการทำงานอย่างปลอดภัย การจัดเก็บ การใช้อุปกรณ์ป้องกัน และแนวทางรับมือเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ

3. ปัญหาด้านระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

ลักษณะงานที่ต้องยกของหนัก ทำงานซ้ำ ๆ หรืออยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อและระบบโครงสร้างของร่างกาย

ประเด็นด้านการยศาสตร์จึงเป็นอีกเรื่องที่ควรให้ความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะของคนทำงาน

4. ปัญหาสุขภาพจากความร้อน

ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือทำงานในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงอาจได้รับผลกระทบจากความร้อน จึงควรมีการจัดสภาพแวดล้อมและมาตรการป้องกันที่เหมาะสม

5. ปัญหาสุขภาพจากปัจจัยด้านจิตสังคม

นอกจากปัจจัยทางกายภาพแล้ว สุขภาพของคนทำงานยังได้รับผลกระทบจากความเครียด ภาระงาน ความกดดัน และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

การส่งเสริมสุขภาวะในการทำงานจึงควรดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจควบคู่กัน

✍️ สุขภาวะในการทำงานคืออะไร?

คำว่า สุขภาวะในการทำงาน ไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่มีโรคหรือการไม่เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงสภาพความเป็นอยู่และสุขภาพโดยรวมของผู้ปฏิบัติงาน

สถานประกอบการที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของพนักงานควรพิจารณาหลายองค์ประกอบ เช่น

  • สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย
  • การลดและควบคุมปัจจัยเสี่ยง
  • การส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน
  • การจัดสถานีงานให้เหมาะสม
  • การส่งเสริมการทำงานอย่างถูกหลักการยศาสตร์
  • การสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดี
  • การสร้างความตระหนักด้านสุขภาพและความปลอดภัย
  • การเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

แนวคิดเหล่านี้ช่วยให้องค์กรไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุ แต่ให้ความสำคัญกับการป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุ

📝 อบรมแล้วนำความรู้ไปใช้ในสถานประกอบการอย่างไร?

หลังจากผ่านการอบรม ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดกับการทำงานได้หลายด้าน เช่น

✅ ด้านการประเมินความเสี่ยง

สามารถนำความรู้ไปประกอบการพิจารณาปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน

✅ ด้านการเฝ้าระวัง

ช่วยให้ผู้รับผิดชอบสามารถตระหนักถึงความผิดปกติหรือปัญหาสุขภาพที่อาจสัมพันธ์กับลักษณะงาน

ด้านการป้องกัน

นำความรู้ไปใช้ในการเสนอแนวทางลดหรือควบคุมปัจจัยเสี่ยงภายในพื้นที่ทำงาน

ด้านการสื่อสาร

สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่พนักงานในเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย

ด้านการส่งเสริมสุขภาวะ

สามารถนำแนวคิดด้านสุขภาวะไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีขึ้น

📝 ทำไมองค์กรควรให้บุคลากรเข้าร่วมอบรม?

การลงทุนด้านความรู้ของบุคลากรถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบความปลอดภัยขององค์กร เพราะผู้ปฏิบัติงานที่มีความรู้สามารถมองเห็นความเสี่ยงและมีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาได้มากขึ้น

การอบรมเรื่องโรคจากการทำงานยังช่วยสร้างความเข้าใจว่า ความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงการป้องกันอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงานด้วย

เมื่อบุคลากรมีความรู้ องค์กรก็สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดกับระบบการจัดการความปลอดภัย การประเมินความเสี่ยง การสื่อสารด้านความปลอดภัย และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

✍️ หลักสูตรนี้เหมาะกับองค์กรประเภทใด?

หลักสูตรโรคจากการทำงานและการส่งเสริมสุขภาวะในการทำงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสถานประกอบการได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น

  • โรงงานอุตสาหกรรม
  • บริษัทเอกชน
  • สถานประกอบกิจการ
  • ธุรกิจก่อสร้าง
  • คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า
  • ธุรกิจโลจิสติกส์
  • สำนักงาน
  • ธุรกิจบริการ
  • สถานประกอบการที่มีการใช้สารเคมี
  • สถานประกอบการที่มีปัจจัยเสี่ยงด้านเสียง ความร้อน ฝุ่น หรือการยศาสตร์
  • องค์กรที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของบุคลากร

ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้เข้าอบรม ระยะเวลา วิธีการเรียน การประเมินผล และเอกสารหรือวุฒิบัตรที่ได้รับ ควรตรวจสอบตามรายละเอียดของหลักสูตรและหน่วยงานผู้จัดอบรมในปี 2569

ติดต่อสอบถาม

ติดต่อ เค.เอ็น.เซฟตี้ เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ K.N. Safety

หลักสูตร การยศาสตร์ในที่ทำงาน

🟢 หลักการและเหตุผล

สภาพการทำงานในสถานประกอบกิจการซึ่งอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่เหมาะสม ด้วยปัจจัยเสี่ยง เช่น แสงสว่าง, เสียงดัง, อุณหภูมิ, ความสั่นสะเทือน, ความเร็วของเครื่องจักร, งานซ้ำซาก, อุปกรณ์ เครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับสัดส่วนของร่างกายผู้ปฏิบัติงาน ลักษณะงานที่ทำด้วยท่าทางการทำงานที่ฝืนธรรมชาติ เช่น งานที่ต้องมีการบิดโค้งงอของข้อมือ งอแขน การงอคอ การก้ม การยกของ การจับ โดยเฉพาะนิ้วมือซ้ำๆ งานที่ต้องก้มศีรษะ ก้มหลัง บิดเอี้ยวตัว เอื้อมหรือยกสิ่งของขึ้นสูงเกินระยะเอื้อมจากผลรวมของสถิติการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ของกระทรวงแรงงาน พบว่าปัญหาด้านการยศาสตร์ ก่อเกิดปัญหา ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงาน ประกอบด้วย 4 ประการ ประกอบด้วย

  1. การยกเคลื่อนย้ายของหนัก
  2. การบาดเจ็บจากท่าทางการทำงาน
  3. การเคลื่อนไหวซ้ำ
  4. อาการเจ็บป่วยจากท่าทางการทำงาน

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการยศาสตร์ อันจะส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับการประสบอันตราย และสุขอนามัย บริษัท เค.เอ็น.เซฟตี้ แมนเนจเม้นท์ จำกัด จึงได้เสนอการฝึกอบรมภายในหลักสูตร “การยศาสตร์ในที่ทำงาน” เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อม และเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ ในการทำงาน และการป้องกันการเจ็บป่วย บาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน อีกทั้งเป็นการพัฒนาระบบจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ต่อไป

🎯 วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

  1. ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องความรู้เกี่ยวกับการยศาสตร์ในการทำงาน
  2. ผู้เข้าอบรมทราบถึงวิธีการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยในการทำงาน
  3. ผู้เข้าอบรมทราบถึงวิธีการการปรับปรุงสภาพการทำงานในสถานประกอบการตามหลักการยศาสตร์
  4. ผู้เข้าอบรมตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  5. ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้หลังจากการอบรมไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาสถานประกอบกิจการ
  6. ผู้เข้าอบรมสามารถเสนอแนวทางที่เหมาะสมต่อการพัฒนาสถานประกอบกิจการอย่างเหมาะสม

ระยะเวลาการอบรม : 1 วัน 6 ชั่วโมง

📝 หัวข้อการอบรม / สัมมนา
  1. สุขลักษณะเบื้องต้นกับการปฏิบัติงาน
  2. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการยศาสตร์
  3. การปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัย
  4. การปรับปรุงสภาพการทำงานในสถานประกอบการ
  5. ถาม – ตอบปัญหา

 

🟢  หมายเหตุ

  • 10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
  • 14.30 – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
วิทยากร Presented By:
Scroll to Top