📋อุบัติเหตุจากการทำงาน ที่เกิดขึ้นบ่อย⛑️

1.งานก่อสร้าง
และโครงสร้างอาคาร

  ✅ ชั้นลอยโรงงานถล่ม
  ✅ แผ่นปูนและหลังคาคอนกรีตถล่ม
  ✅ นั่งร้านหรือโครงเหล็กถล่ม
  ✅ ตกจากที่สูง / วัสดุตกหล่น

📋สาเหตุหลัก : การก่อสร้างไม่ถูกต้อง
>> การก่อสร้างไม่ถูกต้อง ขาดการตรวจสอบ

2. เครื่องจักรและ
กระบวนกรผลิต

  ✅ เครื่องจักรหนีบหรือบดอัด
  ✅ แขนกลหุ่นยนต์ทำงานผิดปกติ
  ✅ วัสดุกระเด็น / เครื่องจักรเริ่มทำงานโดยไม่คาดคิด

📋สาเหตุหลัก : ไม่มีอุปกรป้องกัน
>> ไม่ปฎิบัติตามขั้นตอน และขาดการฝึกอบรม

3.สารเคมีวัตถุมีพิษและอันตรายจากไฟ

3. สารเคมี วัตถุมีพิษ
และอันตรายไฟ

  ✅ ระเบิดจากสารเคมี / วัตถุอันตราย
  ✅ สารเคมี / ไอระเหยในอากาศ
  ✅ สะเก็ดไฟ / ความร้อน / สารไวไฟ
  ✅ การจัดเก็บและขนส่ง

📑สาเหตุหลัก : การจัดเก็บไม่เหมาะสม
  และขาดการควบคุม

4. ไฟฟ้า

  ✅ ไฟฟ้าดูด / ไฟฟ้ารั่ว
  ✅ ใช้เครื่องมือ / อุปกรณ์ไฟฟ้า
  ✅ ซ่อมบำรุงโดยไม่ตัดไฟ

📑สาเหตุหลัก : ขาดความรู้
  และการตรวจสอบ อุปกรณ์

5. ลิฟต์ รอก และ
การยกเคลื่อนย้ายวัสดุ

  ✅ วัสดุตกหล่น
  ✅ ลิฟต์ / รถยก / รอกทำผิดวิธี
  ✅ คนอยู่ในแนวเคลื่อนที่ของวัสดุ
  ✅ ขาดการอบรมที่ถูกต้อง

📑สาเหตุหลัก : การใช้งานที่ผิดพลาด และขาดการตรวจสอบ

6. ซ่อมบำรุงยานพาหนะและ
เครื่องจักรขนาดใหญ่

  ✅ รถเคลื่อนที่ขณะซ่อม
  ✅ กระบะรถดัมพ์หล่นทับ
  ✅ แม่แรงไม่มั่นคง
  ✅ พนักงานเข้าพื้นที่เสี่ยงโดยไม่มีจุดกั้น
📑สาเหตุหลัก : ใช้พื้นที่ที่เหมาะสม / ตรวจสอบอุปกรณ์ / เครื่องมือชำรุด

7.ที่อับอากาศ

  ✅ ออกซิเจนไม่เพียงพอ
  ✅ ก๊าซพิษ / ก๊าซไวไฟ
  ✅ ผู้ช่วยเหลือได้รับอันตรายด้วย
  ✅ การเข้าไปทำงานโดยไม่มีการเตรียมความพร้อม
  ✅ ขาดการฝึกอบรมที่ถูกต้อง
📑สาเหตุหลัก : ไม่ได้ตรวจวัดบรรยากาศ และไม่มีแผนกู้ภัย

8.พื้นที่ลื่น สะดุด หรือหกล้ม

  ✅ พื้นที่เปียก หรือน้ำมันหก
  ✅ สายไฟที่กีดขวาง
  ✅ ทางเดินไม่เป็นระเบียบ
  ✅ แสงสว่างไม่เพียงพอ

📑สาเหตุหลัก : สภาพพื้นที่ไม่ปลอดภัย และขาดการจัดระเบียบ

9.รถยกและยานพาหนะ

  ✅ ชน / เฉียวชน
  ✅ พลิกคว่ำ
  ✅ ชนคนเดินเท้า
  ✅ แสงสว่างไม่เพียงพอ

📑สาเหตุหลัก :ขาดการควบคุมเส้นทาง และการฝึกอบรม

10.พฤติกรรมและระบบงาน

  ✅ ไม่มีขึ้นตอนการทำงานชัดเจน
  ✅ ขาดการฝึกอบรม
  ✅ เร่งงาน / ไม่รายงาน / ไม่สื่อสาร
  ✅ พนักงานไม่ได้รับการฝึกอบรมเพียงพอ

📑การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน

สรุปตัวอย่างอุบัติเหตุ
จากการทำงานที่เกิดขึ้นบ่อย

พร้อมสาเหตุและแนวทางป้องกัน

📋ป้องกันไว้
⛑️ดีกว่าแก้ เมื่อเกิดเหตุ

🗃️ สรุปตัวอย่างอุบัติเหตุจากการทำงานที่เกิดขึ้นบ่อย พร้อมสาเหตุและแนวทางป้องกัน

   อุบัติเหตุจากการทำงานเป็นความเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ไซต์งานก่อสร้าง คลังสินค้า ศูนย์ซ่อมบำรุง หรือสำนักงานที่มีการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ หากขาดการประเมินความเสี่ยง การควบคุมพื้นที่อันตราย และการฝึกอบรมความปลอดภัยอย่างเหมาะสม เหตุการณ์เล็กน้อยอาจพัฒนาเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงได้

การศึกษาเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) หัวหน้างาน และพนักงาน มองเห็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในสถานที่ทำงานของตนเอง และนำบทเรียนไปปรับปรุงมาตรการป้องกันก่อนเกิดเหตุจริง

บทความนี้รวบรวมตัวอย่างอุบัติเหตุจากการทำงานในกลุ่มงานก่อสร้าง เครื่องจักรและโรงงาน สารเคมีและอัคคีภัย ตลอดจนอุบัติเหตุจากระบบไฟฟ้าและการซ่อมบำรุง พร้อมแนวทางป้องกันที่สถานประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

ทำไมเราจึงควรให้ความสำคัญกับอุบัติเหตุจากการทำงาน?

อุบัติเหตุจากการทำงานไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อเพื่อนร่วมงาน ครอบครัวของผู้ประสบเหตุ กระบวนการผลิต ต้นทุนขององค์กร และความเชื่อมั่นของลูกค้า

ข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคมที่เผยแพร่ผ่านสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ในปี พ.ศ. 2567 มีผู้ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานจำนวน 87,728 ราย ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของการยกระดับมาตรการความปลอดภัยในสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง

การป้องกันอุบัติเหตุจึงควรเริ่มตั้งแต่การระบุอันตราย การประเมินความเสี่ยง การกำหนดวิธีทำงานที่ปลอดภัย การฝึกอบรมพนักงาน และการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ

1. อุบัติเหตุจากงานก่อสร้างและโครงสร้างอาคาร

  ⛑️งานก่อสร้างและการติดตั้งโครงสร้างมีความเสี่ยงจากการพังถล่ม การตกจากที่สูง และวัสดุตกหล่น โดยเฉพาะบริเวณที่มีการทำงานบนหลังคา ชั้นลอย นั่งร้าน หรือโครงเหล็กขนาดใหญ่

ตัวอย่างอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
✅ ชั้นลอยหรือพื้นโครงสร้างภายในโรงงานพังถล่ม
✅ แผ่นพื้นคอนกรีตหรือชิ้นส่วนหลังคาหล่นลงมาทับผู้ปฏิบัติงาน
✅ นั่งร้านหรือโครงเหล็กโกดังเสียการทรงตัวและพังถล่ม
✅ คนงานพลัดตกจากหลังคา นั่งร้าน หรือพื้นที่ต่างระดับ
✅ เครื่องมือและวัสดุก่อสร้างตกจากที่สูงลงสู่พื้นที่ด้านล่าง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ การออกแบบหรือคำนวณโครงสร้างไม่เหมาะสม การติดตั้งค้ำยันไม่ถูกต้อง การใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน การบรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด การตรวจสอบโครงสร้างไม่เพียงพอ และการทำงานโดยไม่มีมาตรการป้องกันการตกจากที่สูง

📑 แนวทางป้องกัน

  1. ตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้าง นั่งร้าน และอุปกรณ์ค้ำยันก่อนเริ่มงาน
  2. ควบคุมการบรรทุกวัสดุให้อยู่ภายในขีดจำกัดที่ออกแบบไว้
  3. จัดให้มีผู้มีความรู้ความสามารถตรวจสอบงานตามลักษณะและระดับความเสี่ยง
  4. ติดตั้งราวกันตก ระบบป้องกันการตก และอุปกรณ์ป้องกันวัสดุตกหล่นตามความเหมาะสม
  5. กำหนดเขตห้ามเข้าใต้บริเวณที่มีการยกหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ
  6. ตรวจสอบสภาพอากาศและเงื่อนไขการทำงานก่อนปฏิบัติงานบนที่สูง

1. อุบัติเหตุจากเครื่องจักรและกระบวนการผลิต

   เครื่องจักรเป็นแหล่งกำเนิดอันตรายสำคัญในโรงงาน โดยเฉพาะเครื่องปั๊มโลหะ เครื่องตัด เครื่องบด สายพานลำเลียง และแขนกลหุ่นยนต์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการหนีบ ดึงเข้าไปในเครื่องจักร กระแทก หรือบาดเจ็บจากชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่

ตัวอย่างอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
✅ มือหรือเสื้อผ้าเข้าใกล้จุดหนีบของเครื่องจักร
✅ ผู้ปฏิบัติงานได้รับอันตรายระหว่างแก้ไขเครื่องจักรที่ติดขัด
✅ แขนกลหุ่นยนต์เคลื่อนที่ขณะมีคนอยู่ในเขตอันตราย
✅ วัสดุกระเด็นออกจากเครื่องจักรระหว่างการผลิต
✅ เครื่องจักรเริ่มทำงานโดยไม่คาดคิดขณะซ่อมบำรุง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุอาจเกิดจากการไม่มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนที่เคลื่อนไหว การถอดหรือดัดแปลงระบบนิรภัย การไม่ตัดแยกแหล่งพลังงานก่อนซ่อมบำรุง การใช้เครื่องจักรผิดวิธี และการขาดการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน

📑แนวทางป้องกัน

  1. ติดตั้งและตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ป้องกันเครื่องจักรและระบบหยุดฉุกเฉิน
  2. ห้ามถอดหรือปิดใช้งานระบบนิรภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
  3. จัดทำขั้นตอนการทำงานและการซ่อมบำรุงที่ปลอดภัย
  4. ตัดแยกและควบคุมแหล่งพลังงานก่อนซ่อมบำรุง พร้อมตรวจสอบว่าเครื่องจักรไม่สามารถเริ่มทำงานได้โดยไม่ตั้งใจ
  5. อนุญาตให้เฉพาะผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและได้รับมอบหมายทำงานกับเครื่องจักร
  6. ตรวจสอบพื้นที่ทำงานของแขนกลหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติก่อนเริ่มเดินเครื่อง

3. อุบัติเหตุจากสารเคมี การระเบิด และประกายไฟ

   โรงงานที่ใช้สารเคมี ตัวทำละลาย เชื้อเพลิง เตาหลอม หรือกระบวนการเชื่อมและเจียร มีความเสี่ยงจากการรั่วไหล การเกิดเพลิงไหม้ และการระเบิด หากมีสารไวไฟสะสมอยู่ในพื้นที่และเกิดแหล่งจุดติดไฟที่เหมาะสม

ตัวอย่างอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
✅ สารเคมีหรือก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลจากระบบผลิตหรือระบบทำความเย็น
✅ เกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิดในกระบวนการที่ใช้ความร้อน
✅ ประกายไฟจากงานเจียรหรือเชื่อมไปสัมผัสสารไวไฟ
✅ ภาชนะบรรจุสารเคมีเสียหายจากการจัดเก็บหรือขนย้ายไม่เหมาะสม
✅ พนักงานสัมผัสสารเคมีที่เป็นอันตรายโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
  ปัจจัยเสี่ยงอาจรวมถึงการรั่วซึมของอุปกรณ์ การระบายอากาศไม่เพียงพอ การจัดเก็บสารเคมีที่ไม่เข้ากันไว้ใกล้กัน การขาดการควบคุมงานที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ และการไม่ตรวจสอบสภาพพื้นที่ก่อนเริ่มงาน

📑แนวทางป้องกัน

  1. จัดทำบัญชีสารเคมีและจัดเก็บเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี (SDS)
  2. ตรวจสอบถังบรรจุ ท่อ วาล์ว และระบบระบายอากาศตามแผน
  3. แยกจัดเก็บสารเคมีตามคุณสมบัติและข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
  4. ควบคุมงานเชื่อม งานตัด และงานเจียรด้วยระบบอนุญาตทำงานเมื่อเหมาะสม
  5. ตรวจสอบบรรยากาศและแหล่งกำเนิดประกายไฟตามความเสี่ยงของพื้นที่
  6. จัดทำแผนฉุกเฉิน การแจ้งเตือน การอพยพ และการฝึกซ้อมตามสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
  7. กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานใช้เครื่องป้องกันส่วนบุคคลตามชนิดของสารและลักษณะงาน
     

    หากเกิดสารเคมีรั่วไหลหรือสงสัยว่ามีบรรยากาศอันตราย ให้แจ้งเตือนและออกจากพื้นที่ตามแผนฉุกเฉิน
    ห้ามเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่มีการประเมินความเสี่ยงและอุปกรณ์ที่เหมาะสม

4. อุบัติเหตุจากระบบไฟฟ้า

   ไฟฟ้าเป็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งในโรงงาน อาคารสำนักงาน และไซต์งานก่อสร้าง โดยเฉพาะระหว่างการซ่อมแซมอุปกรณ์ การติดตั้งระบบไฟฟ้า หรือการทำงานในพื้นที่เปียกชื้น

ตัวอย่างอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
✅ ผู้ปฏิบัติงานสัมผัสอุปกรณ์หรือสายไฟที่มีไฟฟ้ารั่ว
✅ ใช้เครื่องมือไฟฟ้าที่ชำรุดหรือไม่มีการตรวจสอบ
✅ ซ่อมบำรุงโดยไม่ตัดแยกแหล่งจ่ายไฟ
✅ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
✅ บุคคลเข้าไปช่วยผู้ที่ถูกไฟฟ้าดูดโดยไม่ประเมินความปลอดภัยของพื้นที่

📑แนวทางป้องกัน

  1. ให้ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมดำเนินงานไฟฟ้าตามขอบเขตหน้าที่
  2. ตัดแยกแหล่งจ่ายไฟและควบคุมไม่ให้มีการจ่ายไฟกลับโดยไม่ตั้งใจ
  3. ตรวจสอบสภาพสายไฟ ปลั๊ก เครื่องมือ และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า
  4. ใช้อุปกรณ์ป้องกันและระบบตัดไฟที่เหมาะสมกับลักษณะงาน
  5. ห้ามใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดหรือมีความผิดปกติ
  6. กำหนดขั้นตอนตอบโต้เหตุฉุกเฉิน และให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสม

เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดูด ห้ามสัมผัสตัวผู้ประสบเหตุโดยตรงขณะที่ยังไม่แน่ใจว่าแหล่งจ่ายไฟถูกตัดแล้ว
ให้แจ้งผู้รับผิดชอบและหน่วยฉุกเฉิน พร้อมดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนที่ผ่านการฝึกอบรม

5. อุบัติเหตุจากลิฟต์ รอก และการยกเคลื่อนย้ายวัสดุ

   อุปกรณ์ยกและเคลื่อนย้ายวัสดุช่วยลดภาระการทำงาน แต่หากติดตั้ง ใช้งาน หรือบำรุงรักษาไม่ถูกต้อง อาจเกิดการตกหล่น การหนีบ หรือการเคลื่อนที่ผิดปกติได้

ตัวอย่างอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
✅ ระบบยกหรือส่วนประกอบของอุปกรณ์เกิดความเสียหาย
✅ วัสดุที่ยกอยู่ตกหล่นลงสู่พื้นที่ปฏิบัติงาน
✅ ผู้ปฏิบัติงานเข้าไปอยู่ในแนวเคลื่อนที่ของวัสดุ
✅ ใช้อุปกรณ์ยกเกินพิกัดที่กำหนด
✅ ระบบลิฟต์หรือรอกทำงานผิดปกติระหว่างใช้งาน

📑แนวทางป้องกัน

  1. ตรวจสอบอุปกรณ์ยกและส่วนประกอบตามข้อกำหนดและแผนบำรุงรักษา
  2. ไม่ใช้เกินพิกัดน้ำหนักที่กำหนด
  3. กำหนดเขตอันตรายและห้ามบุคคลเข้าไปอยู่ใต้สิ่งของที่กำลังยก
  4. ให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ให้สัญญาณผ่านการฝึกอบรมตามหน้าที่
  5. หยุดใช้งานและแจ้งผู้รับผิดชอบทันทีเมื่อพบความผิดปกติ

6. อุบัติเหตุจากการซ่อมบำรุงยานพาหนะและเครื่องจักรขนาดใหญ่

   งานซ่อมบำรุงรถบรรทุก รถดัมพ์ รถยก และเครื่องจักรขนาดใหญ่มีความเสี่ยงจากน้ำหนักของอุปกรณ์ การเคลื่อนที่โดยไม่ตั้งใจ และพลังงานที่ยังคงสะสมอยู่ในระบบ

ตัวอย่างอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
✅ รถหรือส่วนประกอบของรถเคลื่อนที่ขณะซ่อม
✅ กระบะรถดัมพ์หรือชิ้นส่วนที่ยกค้างไว้ลดระดับลงโดยไม่คาดคิด
✅ แม่แรงหรืออุปกรณ์รองรับไม่มั่นคง
✅ พนักงานเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงโดยไม่มีการกั้นเขต
✅ เครื่องจักรเริ่มทำงานขณะมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ในจุดซ่อมบำรุง

📑แนวทางป้องกัน

  1. จอดรถในพื้นที่ที่เหมาะสมและป้องกันการเคลื่อนที่โดยไม่ตั้งใจ
  2. ใช้อุปกรณ์รองรับที่ออกแบบมาสำหรับน้ำหนักและลักษณะงาน
  3. ลดหรือควบคุมชิ้นส่วนที่ยกค้างไว้ตามขั้นตอนที่ผู้ผลิตกำหนด
  4. ตัดแยกแหล่งพลังงานและติดป้ายเตือนก่อนเริ่มซ่อมบำรุง
  5. กั้นพื้นที่และสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทราบว่ากำลังดำเนินงานซ่อม
  6. ห้ามทำงานใต้ชิ้นส่วนที่รองรับด้วยอุปกรณ์ยกเพียงอย่างเดียว หากยังไม่มีระบบรองรับที่ปลอดภัยตามขั้นตอน

7. อุบัติเหตุจากการทำงานในที่อับอากาศ

   ถังเก็บสาร บ่อพัก ท่อระบายน้ำ และพื้นที่ปิดบางประเภทอาจมีบรรยากาศที่เป็นอันตราย เช่น ออกซิเจนไม่เพียงพอ ก๊าซพิษ หรือก๊าซไวไฟ การเข้าไปทำงานโดยไม่มีการเตรียมความพร้อมอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้เข้าไปช่วยเหลือได้รับอันตรายพร้อมกัน

📑แนวทางป้องกัน

  1. ประเมินพื้นที่และจัดทำขั้นตอนการทำงานตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  2. ตรวจวัดบรรยากาศก่อนเข้าและติดตามตามแผนที่กำหนด
  3. แยกแหล่งพลังงานและป้องกันสารหรือวัสดุอันตรายเข้าสู่พื้นที่
  4. จัดให้มีผู้เฝ้าระวังและระบบสื่อสารที่เหมาะสม
  5. เตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือและแผนกู้ภัยก่อนเริ่มงาน
  6. ให้ผู้เกี่ยวข้องผ่านการฝึกอบรมตามบทบาทหน้าที่

📌 ข้อควรจำ: ห้ามเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในที่อับอากาศโดยพลการ เพราะผู้ช่วยเหลืออาจตกอยู่ในอันตรายเช่นเดียวกัน ต้องดำเนินการตามแผนกู้ภัยโดยผู้ที่มีความพร้อมและอุปกรณ์เหมาะสม

8. อุบัติเหตุจากการลื่น สะดุด และหกล้ม

   อุบัติเหตุประเภทนี้อาจดูไม่รุนแรง แต่สามารถทำให้เกิดการบาดเจ็บและหยุดงานได้ สาเหตุที่พบได้ เช่น พื้นเปียก น้ำมันหก สายไฟกีดขวาง ทางเดินไม่เป็นระเบียบ และแสงสว่างไม่เพียงพอ

📑แนวทางป้องกัน

  1. จัดระเบียบพื้นที่ทำงานและจัดเก็บวัสดุให้เป็นที่
  2. ทำความสะอาดสารหกหรือพื้นเปียกโดยใช้ขั้นตอนที่ปลอดภัย
  3. ติดป้ายเตือนและกั้นพื้นที่ขณะทำความสะอาด
  4. จัดทางเดินให้ชัดเจนและไม่มีสิ่งกีดขวาง
  5. ดูแลแสงสว่างและพื้นผิวให้เหมาะสมกับการใช้งาน
  6. เลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของพื้นที่

9. อุบัติเหตุจากรถยกและยานพาหนะในสถานประกอบการ

   คลังสินค้าและโรงงานที่มีการใช้รถยก รถบรรทุก หรือรถขนส่งวัสดุ มีความเสี่ยงจากการชน การเฉี่ยวชน การพลิกคว่ำ และการชนคนเดินเท้า โดยเฉพาะบริเวณทางแยก ทางลาด และจุดที่มีทัศนวิสัยจำกัด

📑แนวทางป้องกัน

  1. แยกเส้นทางรถออกจากเส้นทางคนเดินเท้าให้ชัดเจน
  2. กำหนดความเร็วและป้ายเตือนในจุดเสี่ยง
  3. ตรวจสอบรถและอุปกรณ์ก่อนใช้งาน
  4. ให้ผู้ขับขี่ผ่านการฝึกอบรมและได้รับอนุญาตตามข้อกำหนด
  5. ควบคุมการบรรทุกและจัดวางสินค้าไม่ให้บดบังทัศนวิสัย
  6. กำหนดผู้ให้สัญญาณเมื่อจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายในพื้นที่จำกัด

10. อุบัติเหตุจากการทำงานที่เกิดจากพฤติกรรมและระบบงาน

   อุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับการออกแบบงาน การจัดการความเสี่ยง และสภาพแวดล้อมในการทำงานด้วย

📑ปัจจัยที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  1. ไม่มีขั้นตอนปฏิบัติงานที่ชัดเจน
  2. พนักงานไม่ได้รับการฝึกอบรมเพียงพอ
  3. เร่งงานจนละเลยขั้นตอนความปลอดภัย
  4. อุปกรณ์ชำรุดแต่ยังนำกลับมาใช้
  5. ไม่มีการประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มงานที่ไม่ใช่งานประจำ
  6. การสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน หัวหน้างาน และผู้รับเหมาไม่ชัดเจน
  7. ไม่รายงานเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss)

📌 ข้อควรจำ: การป้องกันที่มีประสิทธิภาพจึงควรเน้นการแก้ไขต้นเหตุและปรับปรุงระบบงาน ไม่ใช่เพียงตำหนิผู้ปฏิบัติงานหลังเกิดเหตุ

📑 วิธีป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานอย่างเป็นระบบ

🏢 สถานประกอบการสามารถประยุกต์ใช้แนวทางต่อไปนี้เพื่อยกระดับความปลอดภัย

  1. ระบุอันตรายและประเมินความเสี่ยง

ตรวจสอบงาน เครื่องจักร สารเคมี สภาพพื้นที่ และขั้นตอนการทำงาน เพื่อค้นหาว่าอันตรายเกิดขึ้นได้อย่างไร ใครอาจได้รับผลกระทบ และต้องควบคุมความเสี่ยงในระดับใด

  1. ใช้มาตรการควบคุมที่ต้นเหตุ

ควรพิจารณากำจัดอันตรายหรือเปลี่ยนไปใช้วิธีที่ปลอดภัยกว่าเป็นลำดับแรก จากนั้นใช้มาตรการทางวิศวกรรม มาตรการบริหารจัดการ และอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามความเหมาะสม

  1. จัดทำขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัย

งานที่มีความเสี่ยงสูงควรมีขั้นตอนชัดเจน เช่น การทำงานบนที่สูง การซ่อมบำรุงเครื่องจักร งานไฟฟ้า งานร้อน และงานในที่อับอากาศ รวมถึงกำหนดผู้รับผิดชอบและเงื่อนไขการอนุญาตทำงาน

  1. ฝึกอบรมและสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน

พนักงานควรเข้าใจอันตรายของงาน วิธีใช้เครื่องมือ การเลือกอุปกรณ์ป้องกัน และขั้นตอนตอบโต้เหตุฉุกเฉิน หัวหน้างานควรตรวจสอบความเข้าใจก่อนมอบหมายงานที่มีความเสี่ยง

  1. ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์

กำหนดรอบตรวจสอบเครื่องจักร อุปกรณ์ยก ระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกันการตก และอุปกรณ์ฉุกเฉิน พร้อมบันทึกผลและติดตามการแก้ไขข้อบกพร่อง

  1. รายงานและเรียนรู้จากเหตุการณ์

เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ ควรตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์สาเหตุโดยไม่ด่วนสรุป และกำหนดมาตรการแก้ไขที่ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

⛑️ บทบาทของผู้บริหาร จป. หัวหน้างาน และพนักงาน

✅ ผู้บริหาร: จัดสรรทรัพยากรและกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัย สนับสนุนการประเมินความเสี่ยงและการแก้ไขข้อบกพร่อง

✅ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.): สนับสนุนการตรวจสอบ วิเคราะห์ความเสี่ยง ให้คำแนะนำด้านความปลอดภัย และติดตามมาตรการป้องกันตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด

✅ หัวหน้างาน: ชี้แจงวิธีทำงานที่ปลอดภัย ตรวจสอบความพร้อมก่อนเริ่มงาน และดำเนินการตามขั้นตอนเมื่อพบสภาพที่อาจก่อให้เกิดอันตราย

✅ พนักงาน: ปฏิบัติตามขั้นตอน ใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้อง รายงานความผิดปกติ และหยุดหรือหลีกเลี่ยงงานเมื่อพบความเสี่ยงตามขั้นตอนที่องค์กรกำหนด

📋 ขอใบเสนอราคา

รับข้อเสนอภายใน 24 ชั่วโมง

กดแอดไลน์ได้ทันที

กรอกรายละเอียดทางอีเมลล์

Scroll to Top